Profil von Thanes¤«M®tê|< o3™»¤ q[><]p ev...FotosBlogListenMehr ![]() | Hilfe |
|
|
¤«M®tê|< o3™»¤ q[><]p everything that has a beginning , has an endÃpplîëd §tåtïst ¦¦ $tãt 23
20 Juli ชอบ...รัก....หลง ต่างกันอย่างไรชอบ…รัก…หลง แตกต่างกันอย่างไร
อาการเหล่านี้อาจจะใกล้เคียงกันมาก แต่ก็สามารถพอจะแยกออกได้เป็นส่วน ๆ ดังนี้ 1. “ชอบ”
คำนี้ควรเอาไว้หน้าเครื่องหมายของความรักเพราะจะทำให้ความรักปลอดความขัดแย้ง มักจะมีความสุข และสมหวังเพราะ 1.1 ชอบ คือ รสนิยมตรงกัน นิสัยไปด้วยกันได้ เข้าใจกัน คุยกันถูกคอ
เรียกว่าชอบพอกัน เช่น การคบเพื่อนเราก็ใช้ความรู้สึกนี้ เราจึงชอบเพื่อนรักเพื่อน มีความสุขพอใจ เมื่อได้อยู่กับเพื่อน แม้จะคบกันมาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงทำงาน จนถึงแก่กว่า เพื่อนก็ไม่เคยหมดความหมาย เพราะมาจากรากฐาน ชอบ 1.2 ถ้าคำว่า “ชอบ” นำมาใช้กับคนที่รักของเรา
ก็จะเพิ่มดีกรีดีกว่าเพื่อนขึ้นไปอีก เหตุนี้ควรพิสูจน์นิสัยใจคอ จนสามารถชอบเขาได้แล้วค่อยกลายเป็นความรักจึงจะถูกต้องอย่างที่ว่า “จะรักใครควรจะชอบเขามาก่อน แล้วความรักจะยั่งยืน” 1.3 แต่… ส่วนใหญ่ยังไม่ทันชอบเลย
ไม่รู้เสียด้วยว่าลูกใครครอบครัวเขาเป็นอย่างไร รู้แต่ชื่อเล่น ชื่อจริง ส่วนนามสกุลเอาไว้บอกทีหลัง เราก็รักไว้ก่อน ชีวิตครอบครัวจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ล้มเหลว วันหนึ่ง ๆ แต่งงานเป็นร้อยคู่ แต่ก็หย่ากันวันล่ะ 200 คู่ ขาดทุน 100% ขาดทุน 100% เพราะเรียงลำดับผิด 1.4 เพราะถ้าเอาความ รัก ขึ้นหน้าไว้อันดับหนึ่งก่อน ชอบ
มักจะมองข้ามความบกพร่อง ความไม่ดีทุกอย่างของคนที่เรารักไป อย่างที่ผู้ใหญ่บอกว่า “ความรักทำ ให้คนตาบอด” พ่อแม่ห้ามก็ไม่ฟัง 1.5 แต่…ถ้า เอาชอบไว้ก่อนยังไม่รัก ถ้าคนรักเกิดพลิกล๊อค กลายเป็นไม่ดี
เพราะไม่มีอะไรจะซ่อนเร้นมิดชิดและปกปิดได้นาน เท่ากับหัวใจคน เรารู้ก่อนที่จะรัก เราก็ตัดใจได้ไม่ยาก ชอบมาก่อน จึงเกิดผลดีอย่างน้อย 2 ประการ (1). ตัดใจได้ง่าย (2). ได้คนดี 2. คำว่า “รัก” มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่คุณคิด
คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ความหมายคำว่ารักอย่างแท้จริง เพราะไม่คิดถึงทั้งๆ ที่ตัวเองก็กำลัง ประพฤติอยู่ 2.1 รัก มีความหมายถึงการอยากให้ ให้คนที่ตนรักมีความสุข แล้วตัวเอง!
ก็ต้องมีความสุขด้วย ทั้งที่ความสุขนั้นอาจจะไม่ใช่หมายถึงความสมหวังเสมอไป “ในความรักไม่มีความกลัว เพราะความกลัวถูกจัดเข้ากับการลงโทษ” แต่การเสียเขาไปต้องมีเหตุผลที่สมควรจาก 2 ฝ่ายด้วย ไม่ใช่เราคิดไปเองว่าเขา คงจะ!ได้ดี แล้วก็ทิ้งเขาไป (เห็นได้จากในภาพยนตร์บ่อย ๆ) ซึ่งทำให้เราต้องสูญเสียโอกาสทั้ง 2 ฝ่าย กลายเป็นจบลงด้วยความเศร้าแทน 2.2 รัก “ถ้าเราจะรักใครซักคน เราต้องคิดอยู่เสมอว่า เราจะให้อะไรกับเขา
ไม่ใช่จะได้อะไรจากเขา” ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง 2.3 ในความรักไม่มีความกลัว เพราะถ้ามัวแต่กลัวจะเหมือนกับการโดนลงโทษ
แล้วอาจจะ โดน ม.ค.ป.ด. 3. คำว่า “หลง” หลงกับรักมักจะแยกกันยากมาก เพราะอาการคล้าย ๆ กัน
ทีแรกก็ปลูกต้นรัก แต่พอต้นรักเติบใหญ่ ทำไมออกดอกเป็นความหลง ความหลงจะสำแดงแตกต่างจากความรักสังเกตได้ 3 ประการ 3.1 เห็นแก่ตัว กอบโกยความสุขจากคนรักให้มากที่สุด เช่น
ขอพบ ขออยู่ใกล้ ให้คนรักปรนนิบัติเอาใจ เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา เอาแต่ความสุขความพอใจตนเองเป็นใหญ่ คนรักจะทุกข์ยากอย่างไรไม่สน ตัวเองจะยอมทุ่มเททุกอย่าง เช่น - ทรัพย์สินเงินทองปรนเปรอ - ถ้าไม่ได้ก็ใช่เล่ห์กล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา พวกหมอดู คนเจ้าเข้าทรง หมอผีร่ำรวยก็เพราะคนพวกนี้ ดูผิวเผิน เหมือนความรักสุดใจ แต่ไม่ใช่ เพราะความรักเป็นความสุภาพ เสียสละ อ่อนโยน มีเหตุผล 3.2 ความหลงจะสังเกตได้ จะไม่มีลดน้อยหรือแม้แต่ตัว
แต่จะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ เหมือนถูกผีกระทำ จะไม่มีเหตุผล เกรี้วกราด รุนแรง เอาแต่ใจ เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ 3.3 การหึงหวง อย่างรุนแรง ไร้เหตุผล แม้ตัวเองจะได้ตายก็ยอม เช่น ฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าตัวตายทั้งคู่ ตามหนังสือพิมพ์ที่ออกข่าวบ่อย ๆ เช่นรักไม่สมหวัง หลายคนเห็นใจที่เขาบูชารัก แต่นั่นคือการเข้าใจผิด มันไม่ใช่ความรัก เพราะความรัก คือความอ่อนโยน มีเหตุผล ไม่กระทำผิด แต่ความหลงกระทำให้เรา “คิดสั้น” “หลงผิด” ถูกครอบงำด้วยอำนาจที่แฝงแปลงร่างมาคล้ายกับความรักแท้ 08 März Excels Keyboard ShortcutsExcels Keyboard Shortcuts Shortcut key
04 März 10 วิธี ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานการเพิ่ม metabolism ทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารและอาหารเสริมที่คุณทานเข้าไปด้วย ทำให้คุณอยากดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น และน้ำที่คุณดื่มยังช่วยสนับสนุนการขับพิษ การขับถ่ายและการย่อยอาหารในร่างกายอีกด้วย และนี่เป็น 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน 1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ 2. ขยับตัว 3. กิน 4. งดน้ำตาล 5. อย่าลืมกินอาหารเช้า 6. กินอาหารเผ็ดร้อน 7. ดื่มชาเขียว 8. ดื่มน้ำเยอะๆ 9. อย่าเครียด 10. นอนหลับ
16 Januar "ลดบางอย่าง เพื่อ เพิ่มบางสิ่ง"หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณจะได้บางสิ่งมากขึ้น ลดความโกรธให้น้อยลง คุณจะได้สติกลับมามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง คุณจะได้เงินเก็บมากขึ้น ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง คุณจะได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น ลดการพูดให้น้อยลง คุณจะได้ทำหลายอย่างได้มากขึ้น คิดถึงคนที่คุณรักให้น้อยลง คุณเข้าใจคนที่คุณรักมากขึ้น รักตัวเองให้น้อยลง คนอื่นรักคุณมากขึ้น พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง มีคนพูดถึงคุณในแง่ดีมากขึ้น แสดงความฉลาดให้น้อยลง คุณได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น ออกนอกบ้านให้น้อยลง คุณได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น นอนให้น้อยลง คุณทำหลายอย่างได้มากขึ้น คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง คุณยิ้มได้มากขึ้น ลดความอายให้น้อยลง คุณได้ความกล้ามากขึ้น ดูละครให้น้อยลง คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น คุณวิ่งให้ช้าลง คุณมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น เชื่อให้น้อยลง คุณมองเห็นอะไรได้มากขึ้น ลดทิฐิให้น้อยลง คุณรู้จักอภัยมากขึ้น กระโดดให้น้อยลง คุณเดินได้มั่นคงมากขึ้น กินให้น้อยลง คุณอิ่มได้มากขึ้น ก้มหน้าให้น้อยลง คุณมองเห็นได้ไกลขึ้น พักเหนื่อยให้น้อยลง คุณรู้จักความสบายมากขึ้น เห็นแก่ตัวให้น้อยลง มีคนรอดชีวิตมากขึ้น แบกของหนักให้น้อยลง ชีวิตคุณเบามากขึ้น ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง คุณโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง คุณได้รับการเอ็นดูมากขึ้น เป่าลมออกให้น้อยลง คุณสูดลมเข้าได้มากขึ้น แอบฟังให้น้อยลง คุณได้ยินอะไรมากขึ้น คุณคิดคำถามให้น้อยลง คุณเห็นคำตอบมากขึ้น ...........แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้ว............ 08 April อารมณ์รัก..อยากบอกกับเธอว่า อย่าดีกับฉันจนเกินไป เพราะจะทำให้ฉันคิดถึงเธอ
อยากบอกเธออีกว่า อย่าเอาใจใส่ฉันจน เกินไป เพราะจะทำให้ฉันชอบเธอ อยากวอนเธออีกเหมือนกันว่า อย่าหวานกับฉันมากเกินไป เพราะฉันอาจจะ เผลอใจ รักเธอ.. เพราะมันจะสร้างความทุกข์แก่ฉันมากมาย ถ้าฉันเกิดรักเธอโดยที่ฉันรู้อยู่แก่ ใจว่าเธอไม่ได้ รักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคนที่ทำให้ฉันรักเขาโดยปรกติแล้วมักจะเป็นคนที่รัก ฉันมากกว่าที่ฉันรักเขา ถ้าใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่ทำให้เขาไม่ สามารถอยู่กับคุณได้... อย่าได้เสียน้ำตา แต่จงดีใจที่เราได้พบกัน และเขาทำ ให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะเป็น ช่วงเวลาอันสั้นมากก็ตาม เพราะ...เวลาจะเป็นเครื่องชี้บ่ง ...ถ้าเขาเป็นของคุณจริง ๆ เขาจะต้องกลับมา คุณจะรู้ตัวว่าคิดถึงใครคนหนึ่งมาก ๆ
ก็ตอนที่คุณคิดถึงเขาแล้วหัวใจคุณเต้นรัวถี่ขึ้น เพียงแค่เขาเอ่ยวจีทัก ทายคุณด้วยความอบอุ่นในน้ำเสียง ก็จะทำให้ประสาทของคุณซาบซ่านผ่อน คลายลงอย่างมีความสุขถึง กระนั้นก็ตาม บางทีคุณก็ยังไม่รู้สึกตัว และยังชอบปฏิเสธว่า คุณไม่ได้ชอบเขา และ คุณไม่ได้รักเขา ปรอทที่จะวัดความรักในหัวใจของคุณได้ เมื่อคุณคิดถึงใครคนหนึ่งแทบทุกขณะจิต
และเมื่อคิดถึงแล้ว ทำให้คุณมีความสุขอย่างประหลาด อยากสละความสุขส่วนตัวให้แก่คน ๆ นั้น แม้ว่าคุณจะเจ็บปวดก็จะทน ขอเพียงแต่ว่าอยากให้เขาคนนั้นมีใจรักคุณสักนิด อย่าหันหลังให้กับความรัก ในขณะที่ความรักยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าคุณ
อย่าได้ไล่มันออกไปจากคุณ เพราะถ้า คุณทำอย่างนั้นสักวันหนึ่งคุณจะหวนคิดขึ้นมาได้ว่า สิ่งที่คุณไล่เปิดไปนั้น แท้จริงแล้วครั้งหนึ่งเคยอยู่ใกล้ชิด ตัวคุณนี้เอง ... จงให้คุณค่าแก่คนที่รักคุณ มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลยในการที่จะได้พบคนที่รักคุณจริง ๆ เพราะ หัวใจที่จริงจังซื่อตรงหาไม่ได้ง่ายนัก และมีคุณค่าสูงเหลือเกิน บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดในชีวิต
ไม่ใช่สิ่งที่เราสูญเสียหรือผิดหวัง แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เรา ไม่กล้าเสี่ยง ถ้าคุณคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุขมาก จงมุ่งไปหามัน เพราะในจังหวะของ ชีวิตคนเรา เรามักจะไม่ผ่านมาบนถนนสายเดิมนี้ซ้ำอีก .. เวลาไม่เฝ้าคอยใคร ถ้าคุณคิดว่าคุณได้พบกับสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจ
จงถนอมมันไว้อย่าง มีคุณค่า อย่าปล่อย ให้เขาหลุดลอยไป อย่าปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำและดึงเหนี่ยวคุณไว้ ไม่มีใครนอกจากคุณเท่านั้นที่จะ รู้ว่าอะไรจะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง น้ำตาสองหยดร่วงลงไปในแม่น้ำ และลอยไปตามกระแสน้ำ น้ำตาหยดแรกเอ่ยขึ้นมาว่า
"ฉันคือหยดน้ำตา ของหญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่ง แล้วกลับต้องสูญเสียเขาไป" น้ำตาหยดที่สองตอบกลับอย่างสวนควันว่า "คุณเป็นใคร? ฉันคือหยดน้ำตาแห่งความเสียใจของผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิง ที่เขารักหลุดลอยไปจากเขา.." เมื่อถึงเวลานั้น ไม่มีใครจะมาเห็นใจคนที่ปล่อยโอกาสให้หลุดผ่านไปอย่างไม่แยแส คนเรามักจะไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของคนที่เรารักและใกล้ชิดกับเรา จนกระทั่ง พวกเขาได้จากเราไป แล้วถึงมารู้สึกเจ็บปวด รวดร้าว ภายหลังเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยมี ความรักเหมือนกับการเล่นเปียโน คุณต้องขึ้นต้นด้วยการเรียนรู้กฏ
หลังจากนั้นคุณต้องลืมกฏเหล่านั้น เล่นดีดดิ้น กรีดกรายจากเสียงเร่าร้องของหัวใจคุณเอง จงมีความกล้าหาญที่จะรัก แม้ว่าคุณรู้อยู่เต็มอกว่าจะต้องสูญมันไปในที่สุดก็ตาม
ดีกว่าที่คุณจะไม่พบความรัก เพราะคุณขี้ขลาดเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญกับมัน สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตคนเรา
คือการเสาะหาใครสักคนหนึ่งที่รู้จักความบกพร่องด่าง พร้อยของเรา ความไม่ดีของเรา ความแตกต่างของเรา แต่เขาก็ยังรักเราอยู่อย่างสุดจิต สุดใจ... ถ้าคุณพบคนอย่างนี้ จงรักเขาให้หมดหัวใจคุณ เพราะคุณจะหาคนอย่างนี้ได้ไม่ง่ายนัก หรือ อาจจะไม่พบอีกเลยในชีวิตของคุณ 04 März คุณกำลังกลัวความรัก อยู่หรือป่าว.....
“ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป“ คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ จริง ๆ ในสายตาของบางคน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . . พวกเขารู้สึกว่า . . . การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . . ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . . กลัวความรัก . . . . . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย . . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น .... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา . . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้ . . . แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง แต่เชื่อไหมว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . .ว่าไหม? 27 Februar โลกกว้างเกินไป....หรือหัวใจเราแคบเกินไป.....วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น..
จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือคนรักกันไว้ได้อย่างคงที่... บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน .. ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้...และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น .. แต่ในทางกลับกัน..ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก .. กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป .. แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่.. แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้..และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ.. กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด.. เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน.. ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน และเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้บนความห่าง ห่างจนลับตา ..ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้...ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ... การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์
เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก.. แล้วคุณเล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.??? เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ... ....
หรือ….
อาจเป็นเพราะ .. โลกกว้างเกินไป
หรือไม่... หัวใจเราแคบเกิน |
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|