Thanes's profile¤«M®tê|< o3™»¤ q[><]p ev...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 20

    ชอบ...รัก....หลง ต่างกันอย่างไร

    ชอบ…รัก…หลง แตกต่างกันอย่างไร
    อาการเหล่านี้อาจจะใกล้เคียงกันมาก แต่ก็สามารถพอจะแยกออกได้เป็นส่วน ๆ
    ดังนี้
    1. “ชอบ”
    คำนี้ควรเอาไว้หน้าเครื่องหมายของความรักเพราะจะทำให้ความรักปลอดความขัดแย้ง
    มักจะมีความสุข และสมหวังเพราะ
    1.1 ชอบ คือ รสนิยมตรงกัน นิสัยไปด้วยกันได้ เข้าใจกัน คุยกันถูกคอ
    เรียกว่าชอบพอกัน เช่น การคบเพื่อนเราก็ใช้ความรู้สึกนี้
    เราจึงชอบเพื่อนรักเพื่อน มีความสุขพอใจ เมื่อได้อยู่กับเพื่อน
    แม้จะคบกันมาตั้งแต่วัยเรียน จนถึงทำงาน จนถึงแก่กว่า
    เพื่อนก็ไม่เคยหมดความหมาย เพราะมาจากรากฐาน ชอบ
    1.2 ถ้าคำว่า “ชอบ” นำมาใช้กับคนที่รักของเรา
    ก็จะเพิ่มดีกรีดีกว่าเพื่อนขึ้นไปอีก เหตุนี้ควรพิสูจน์นิสัยใจคอ
    จนสามารถชอบเขาได้แล้วค่อยกลายเป็นความรักจึงจะถูกต้องอย่างที่ว่า
    “จะรักใครควรจะชอบเขามาก่อน แล้วความรักจะยั่งยืน”
    1.3 แต่… ส่วนใหญ่ยังไม่ทันชอบเลย
    ไม่รู้เสียด้วยว่าลูกใครครอบครัวเขาเป็นอย่างไร รู้แต่ชื่อเล่น ชื่อจริง
    ส่วนนามสกุลเอาไว้บอกทีหลัง เราก็รักไว้ก่อน
    ชีวิตครอบครัวจึงไม่ประสบผลสำเร็จ
    ล้มเหลว วันหนึ่ง ๆ แต่งงานเป็นร้อยคู่ แต่ก็หย่ากันวันล่ะ 200 คู่ ขาดทุน 100%
    ขาดทุน 100% เพราะเรียงลำดับผิด
    1.4 เพราะถ้าเอาความ รัก ขึ้นหน้าไว้อันดับหนึ่งก่อน ชอบ
    มักจะมองข้ามความบกพร่อง ความไม่ดีทุกอย่างของคนที่เรารักไป
    อย่างที่ผู้ใหญ่บอกว่า “ความรักทำ ให้คนตาบอด” พ่อแม่ห้ามก็ไม่ฟัง
    1.5 แต่…ถ้า เอาชอบไว้ก่อนยังไม่รัก ถ้าคนรักเกิดพลิกล๊อค กลายเป็นไม่ดี
    เพราะไม่มีอะไรจะซ่อนเร้นมิดชิดและปกปิดได้นาน เท่ากับหัวใจคน
    เรารู้ก่อนที่จะรัก เราก็ตัดใจได้ไม่ยาก ชอบมาก่อน จึงเกิดผลดีอย่างน้อย 2
    ประการ
    (1). ตัดใจได้ง่าย
    (2). ได้คนดี
    2. คำว่า “รัก” มีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่คุณคิด
    คนส่วนใหญ่จึงไม่รู้ความหมายคำว่ารักอย่างแท้จริง เพราะไม่คิดถึงทั้งๆ
    ที่ตัวเองก็กำลัง ประพฤติอยู่
    2.1 รัก มีความหมายถึงการอยากให้ ให้คนที่ตนรักมีความสุข แล้วตัวเอง!
    ก็ต้องมีความสุขด้วย
    ทั้งที่ความสุขนั้นอาจจะไม่ใช่หมายถึงความสมหวังเสมอไป
    “ในความรักไม่มีความกลัว เพราะความกลัวถูกจัดเข้ากับการลงโทษ”
    แต่การเสียเขาไปต้องมีเหตุผลที่สมควรจาก 2 ฝ่ายด้วย
    ไม่ใช่เราคิดไปเองว่าเขา
    คงจะ!ได้ดี แล้วก็ทิ้งเขาไป (เห็นได้จากในภาพยนตร์บ่อย ๆ)
    ซึ่งทำให้เราต้องสูญเสียโอกาสทั้ง 2 ฝ่าย กลายเป็นจบลงด้วยความเศร้าแทน
    2.2 รัก “ถ้าเราจะรักใครซักคน เราต้องคิดอยู่เสมอว่า เราจะให้อะไรกับเขา
    ไม่ใช่จะได้อะไรจากเขา” ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้
    ความรักไม่อิจฉา
    ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว
    ไม่ฉุนเฉียว
    ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด
    แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น
    และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
    2.3 ในความรักไม่มีความกลัว เพราะถ้ามัวแต่กลัวจะเหมือนกับการโดนลงโทษ
    แล้วอาจจะ โดน ม.ค.ป.ด.
    3. คำว่า “หลง” หลงกับรักมักจะแยกกันยากมาก เพราะอาการคล้าย ๆ กัน
    ทีแรกก็ปลูกต้นรัก แต่พอต้นรักเติบใหญ่ ทำไมออกดอกเป็นความหลง
    ความหลงจะสำแดงแตกต่างจากความรักสังเกตได้ 3 ประการ
    3.1 เห็นแก่ตัว กอบโกยความสุขจากคนรักให้มากที่สุด เช่น
    ขอพบ ขออยู่ใกล้ ให้คนรักปรนนิบัติเอาใจ
    เรียกร้องความสนใจตลอดเวลา เอาแต่ความสุขความพอใจตนเองเป็นใหญ่
    คนรักจะทุกข์ยากอย่างไรไม่สน ตัวเองจะยอมทุ่มเททุกอย่าง เช่น
    - ทรัพย์สินเงินทองปรนเปรอ
    - ถ้าไม่ได้ก็ใช่เล่ห์กล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา พวกหมอดู
    คนเจ้าเข้าทรง หมอผีร่ำรวยก็เพราะคนพวกนี้ ดูผิวเผิน เหมือนความรักสุดใจ
    แต่ไม่ใช่ เพราะความรักเป็นความสุภาพ เสียสละ อ่อนโยน มีเหตุผล
    3.2 ความหลงจะสังเกตได้ จะไม่มีลดน้อยหรือแม้แต่ตัว
    แต่จะร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ เหมือนถูกผีกระทำ จะไม่มีเหตุผล เกรี้วกราด
    รุนแรง
    เอาแต่ใจ เรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่
    3.3 การหึงหวง อย่างรุนแรง ไร้เหตุผล แม้ตัวเองจะได้ตายก็ยอม เช่น
    ฆ่าตัวตาย หรือ ฆ่าตัวตายทั้งคู่ ตามหนังสือพิมพ์ที่ออกข่าวบ่อย ๆ
    เช่นรักไม่สมหวัง หลายคนเห็นใจที่เขาบูชารัก แต่นั่นคือการเข้าใจผิด
    มันไม่ใช่ความรัก เพราะความรัก คือความอ่อนโยน มีเหตุผล ไม่กระทำผิด
    แต่ความหลงกระทำให้เรา “คิดสั้น” “หลงผิด”
    ถูกครอบงำด้วยอำนาจที่แฝงแปลงร่างมาคล้ายกับความรักแท้
    March 08

    Excels Keyboard Shortcuts

    Excels Keyboard Shortcuts

    Shortcut key

    Action

    Menu equivalent

    comments

    Version

     

    Ctrl+A

    Select All

    None

    All

    Ctrl+B

    Bold

    Format, Cells, Font, Font Style, Bold

    All

    Ctrl+C

    Copy

    Edit, Copy

    All

    Ctrl+D

    Fill Down

    Edit, Fill, Down

    All

    Ctrl+F

    Find

    Edit, Find

    All

    Ctrl+G

    Goto

    Edit, Goto

    All

    Ctrl+H

    Replace

    Edit, Replace

    All

    Ctrl+I

    Italic

    Format, Cells, Font, Font Style, Italic

    All

    Ctrl+K

    Insert Hyperlink

    Insert, Hyperlink

    Excel 97/2000

    Ctrl+N

    New Workbook

    File, New

    All

    Ctrl+O

    Open

    File, Open

    All

    Ctrl+P

    Print

    File, Print

    All

    Ctrl+R

    Fill Right

    Edit, Fill Right

    All

    Ctrl+S

    Save

    File, Save

    All

    Ctrl+U

    Underline

    Format, Cells, Font, Underline, Single

    All

    Ctrl+V

    Paste

    Edit, Paste

    All

    Ctrl W

    Close

    File, Close

    Excel 97/2000

    Ctrl+X

    Cut

    Edit, Cut

    All

    Ctrl+Y

    Repeat

    Edit, Repeat

    All

    Ctrl+Z

    Undo

    Edit, Undo

    All

    F1

    Help

    Help, Contents and Index

    All

    F2

    Edit

    None

    All

    F3

    Paste Name

    Insert, Name, Paste

    All

    F4

    Repeat last action

    Edit, Repeat. Works while not in Edit mode.

    All

    F4

    While typing a formula, switch between absolute/relative refs

    None

    All

    F5

    Goto

    Edit, Goto

    All

    F6

    Next Pane

    None

    All

    F7

    Spell check

    Tools, Spelling

    All

    F8

    Extend mode

    None

    All

    F9

    Recalculate all workbooks

    Tools, Options, Calculation, Calc,Now

    All

    F10

    Activate Menubar

    N/A

    All

    F11

    New Chart

    Insert, Chart

    All

    F12

    Save As

    File, Save As

    All

    Ctrl+:

    Insert Current Time

    None

    All

    Ctrl+;

    Insert Current Date

    None

    All

    Ctrl+"

    Copy Value from Cell Above

    Edit, Paste Special, Value

    All

    Ctrl+'

    Copy Fromula from Cell Above

    Edit, Copy

    All

    Shift

    Hold down shift for additional functions in Excel's menu

    none

    Excel 97/2000

    Shift+F1

    What's This?

    Help, What's This?

    All

    Shift+F2

    Edit cell comment

    Insert, Edit Comments

    All

    Shift+F3

    Paste function into formula

    Insert, Function

    All

    Shift+F4

    Find Next

    Edit, Find, Find Next

    All

    Shift+F5

    Find

    Edit, Find, Find Next

    All

    Shift+F6

    Previous Pane

    None

    All

    Shift+F8

    Add to selection

    None

    All

    Shift+F9

    Calculate active worksheet

    Calc Sheet

    All

    Shift+F10

    Display shortcut menu

    None

    All

    Shift+F11

    New worksheet

    Insert, Worksheet

    All

    Shift+F12

    Save

    File, Save

    All

    Ctrl+F3

    Define name

    Insert, Names, Define

    All

    Ctrl+F4

    Close

    File, Close

    All

    Ctrl+F5

    XL, Restore window size

    Restore

    All

    Ctrl+F6

    Next workbook window

    Window, ...

    All

    Shift+Ctrl+F6

    Previous workbook window

    Window, ...

    All

    Ctrl+F7

    Move window

    XL, Move

    All

    Ctrl+F8

    Resize window

    XL, Size

    All

    Ctrl+F9

    Minimize workbook

    XL, Minimize

    All

    Ctrl+F10

    Maximize or restore window

    XL, Maximize

    All

    Ctrl+F11

    Inset 4.0 Macro sheet

    None in Excel 97. In versions prior to 97 - Insert, Macro, 4.0 Macro

    All

    Ctrl+F12

    File Open

    File, Open

    All

    Alt+F1

    Insert Chart

    Insert, Chart...

    All

    Alt+F2

    Save As

    File, Save As

    All

    Alt+F4

    Exit

    File, Exit

    All

    Alt+F8

    Macro dialog box

    Tools, Macro, Macros in Excel 97 Tools,Macros - in earlier versions

    Excel 97/2000

    Alt+F11

    Visual Basic Editor

    Tools, Macro, Visual Basic Editor

    Excel 97/2000

    Ctrl+Shift+F3

    Create name by using names of row and column labels

    Insert, Name, Create

    All

    Ctrl+Shift+F6

    Previous Window

    Window, ...

    All

    Ctrl+Shift+F12

    Print

    File, Print

    All

    Alt+Shift+F1

    New worksheet

    Insert, Worksheet

    All

    Alt+Shift+F2

    Save

    File, Save

    All

    Alt+=

    AutoSum

    No direct equivalent

    All

    Ctrl+`

    Toggle Value/Formula display

    Tools, Options, View, Formulas

    All

    Ctrl+Shift+A

    Insert argument names into formula

    No direct equivalent

    All

    Alt+Down arrow

    Display AutoComplete list

    None

    Excel 95

    Alt+'

    Format Style dialog box

    Format, Style

    All

    Ctrl+Shift+~

    General format

    Format, Cells, Number, Category, General

    All

    Ctrl+Shift+!

    Comma format

    Format, Cells, Number, Category, Number

    All

    Ctrl+Shift+@

    Time format

    Format, Cells, Number, Category, Time

    All

    Ctrl+Shift+#

    Date format

    Format, Cells, Number, Category, Date

    All

    Ctrl+Shift+$

    Currency format

    Format, Cells, Number, Category, Currency

    All

    Ctrl+Shift+%

    Percent format

    Format, Cells, Number, Category, Percentage

    All

    Ctrl+Shift+^

    Exponential format

    Format, Cells, Number, Category,

    All

    Ctrl+Shift+&

    Place outline border around selected cells

    Format, Cells, Border

    All

    Ctrl+Shift+_

    Remove outline border

    Format, Cells, Border

    All

    Ctrl+Shift+*

    Select current region

    Edit, Goto, Special, Current Region

    All

    Ctrl++

    Insert

    Insert, (Rows, Columns, or Cells) Depends on selection

    All

    Ctrl+-

    Delete

    Delete, (Rows, Columns, or Cells) Depends on selection

    All

    Ctrl+1

    Format cells dialog box

    Format, Cells

    All

    Ctrl+2

    Bold

    Format, Cells, Font, Font Style, Bold

    All

    Ctrl+3

    Italic

    Format, Cells, Font, Font Style, Italic

    All

    Ctrl+4

    Underline

    Format, Cells, Font, Font Style, Underline

    All

    Ctrl+5

    Strikethrough

    Format, Cells, Font, Effects, Strikethrough

    All

    Ctrl+6

    Show/Hide objects

    Tools, Options, View, Objects, Show All/Hide

    All

    Ctrl+7

    Show/Hide Standard toolbar

    View, Toolbars, Stardard

    All

    Ctrl+8

    Toggle Outline symbols

    None

    All

    Ctrl+9

    Hide rows

    Format, Row, Hide

    All

    Ctrl+0

    Hide columns

    Format, Column, Hide

    All

    Ctrl+Shift+(

    Unhide rows

    Format, Row, Unhide

    All

    Ctrl+Shift+)

    Unhide columns

    Format, Column, Unhide

    All

    Alt or F10

    Activate the menu

    None

    All

    Ctrl+Tab

    In toolbar: next toolbar

    None

    Excel 97/2000

    Shift+Ctrl+Tab

    In toolbar: previous toolbar

    None

    Excel 97/2000

    Ctrl+Tab

    In a workbook: activate next workbook

    None

    March 04

    10 วิธี ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน

              การเพิ่ม metabolism ทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารและอาหารเสริมที่คุณทานเข้าไปด้วย ทำให้คุณอยากดื่มน้ำเพิ่มมากขึ้น และน้ำที่คุณดื่มยังช่วยสนับสนุนการขับพิษ การขับถ่ายและการย่อยอาหารในร่างกายอีกด้วย และนี่เป็น 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน

    1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ 
              "ยิ่งคุณมีกล้ามเนื้อเรียบมาก ร่างกายคุณก็จะเผาผลาญพลังงานมาก" ซึ่งวิธีการทำให้กล้ามเนื้อเรียบก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่ยกดัมเบลล์อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเหมือนกัน แต่ช่วงที่ระดับเมตาบอลิซึ่มคุณพุ่งสุดขีดนั้นน่ะ ไม่ใช่ตอนที่คุณวิ่งหอบแฮกๆ บนสายพานหรอกนะคะ แต่หลังจากนั้นอีกสัก 2-3 ชั่วโมงค่ะ

     2. ขยับตัว
              อยากเผาผลาญแคลอรี่ให้เร็วที่สุดก็ต้องออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายนั้นเราต้องทำเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุดก็วันละ 30 นาที อย่างปกติก็ 1 ชั่วโมง วิ่งเหยาะๆหรือเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 3 ครั้ง(แต่ไม่ควรที่จะหักโหมมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้คุณเหนื่อยหอบได้) และไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มทั้งนั้นล่ะ ให้หัวใจได้เต้นแรงเต็มที่ 120 ครั้งต่อนาที ให้ต่อเนื่องนานสัก 30-45 นาที

     3. กิน
              ยิ่งร่างกายคุณขาดสารอาหาร กล้ามเนื้อก็จะล้า การเผาผลาญก็จะน้อยลง ทางที่ดีกินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ ยังดีกว่าอดอาหารไปเลย แต่อย่าลืมว่า ควรจะเป็นคนเลือกินสักหน่อย ไม่ใช่บอกว่าให้เลือกกินของแพงนะคะ แต่ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า ลดไขมันจากสัตว์ แต่เพิ่มปริมาณผักและผลไม้

     4. งดน้ำตาล
              เหตุผลง่ายๆ ก็คือน้ำตาลที่เหลือใช้แล้ว ร่างกายจะแปรสภาพเป็นไขมัน เพราะฉะนั้นลดน้ำตาล ก็จะช่วยลดไขมันไปในตัว

     5. อย่าลืมกินอาหารเช้า
              เป็นความจริงที่ว่าคนที่กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ หุ่นดีกว่าคนที่อดข้าวเช้า และอาหารเช้ายังทำให้ระดับเมตาบอลิซึ่มของคุณวันนั้นพุ่งเป็น 2 เท่าด้วย อีกอย่างอาหารเช้าจะช่วยทำให้สมองปลอดดปร่ง สามารถเริ่มทำงานได้อย่างเต็มที่

     6. กินอาหารเผ็ดร้อน
              เป็นคนไทยแสนจะโชคดี มีอาหารที่รสจัด มีทั้งพริกขี้หนูและพริกไทย แต่อย่าทานที่เผ็ดจนลิ้นชา หน้าแดง น้ำตาไหลนะคะ เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อกระเพาะและลำไส้ได้

     7. ดื่มชาเขียว
              เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึ่มได้ดีและปลอดภัยกว่ากาแฟ ที่สำคัญตอนนี้หาซื้อได้ง่าย มีหลายรสชาติให้เลือกรับประทานด้วยค่ะ

     8. ดื่มน้ำเยอะๆ
              จะช่วยขับสารพิษหลังจากที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานแล้ว น้ำเย็นๆยังช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มกระเตื้องขึ้นอีกนิดหนึ่งด้วยนะ อีกสูตรที่จะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่สดใส นั่นคือ 1 2 3 3 1 อย่าเพิ่งงค่ะ เพราะว่า 1 2 3 3 1 ที่ว่านี้คือ หลังจากตื่นนอนให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว ตอนสายอีก 2 แก้ว ตอนเที่ยงถึงบ่ายอีก 3 แก้ว ตอนเย็น 3 แก้ว และก่อนนอนอีก 1 แก้ว รับรองว่านอกจากจะช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มแล้ว ผิวพรรณของคุณก็จะดูสดใสไปด้วย

     9. อย่าเครียด
              สำคัญมาก ๆ เลยค่ะ เพราะขณะนี้คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่กำลังตกอยุ่ในภาวะของอาการเครียด ซึ่งนอกจากจะทำร้ายจิตใจของเราแล้ว ยังส่งผลถึงร่างกายของเราด้วย เพราะความเครียดทำให้เราอ้วนขึ้น เพราะฮอร์โมนคอร์ติโซนจะไปทำให้อัตราเมตาบอลิซึ่มช้าลง ฉะนั้น สาว ๆ ที่กลัวอ้วน โปรดจงอย่าเครียด

     10. นอนหลับ
              ความลับที่เพิ่งจะค้นพบก็ คือ กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายเราจะทำงานเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุดในชั่วโมงหลังๆ ที่เราหลับสนิทเต็มที่ค่ะที่มาจาก ซึ่งร่างกายของคนเราต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง

            

    January 16

    "ลดบางอย่าง เพื่อ เพิ่มบางสิ่ง"


    หากลดบางอย่างให้น้อยลง คุณจะได้บางสิ่งมากขึ้น


    ลดความโกรธให้น้อยลง คุณจะได้สติกลับมามากขึ้น

    ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง คุณจะได้เงินเก็บมากขึ้น

    ลดความคิดที่จะหาคนที่ถูกน้อยลง คุณจะได้คำตอบสำหรับทำเรื่องที่ถูกต้องมากขึ้น

    ลดการพูดให้น้อยลง คุณจะได้ทำหลายอย่างได้มากขึ้น

    คิดถึงคนที่คุณรักให้น้อยลง คุณเข้าใจคนที่คุณรักมากขึ้น

    รักตัวเองให้น้อยลง คนอื่นรักคุณมากขึ้น

    พูดให้ร้ายคนอื่นให้น้อยลง มีคนพูดถึงคุณในแง่ดีมากขึ้น

    แสดงความฉลาดให้น้อยลง คุณได้ความรู้เพิ่มมากขึ้น

    ออกนอกบ้านให้น้อยลง คุณได้ความอบอุ่นในครอบครัวมากขึ้น

    นอนให้น้อยลง คุณทำหลายอย่างได้มากขึ้น

    คิดเรื่องเครียดให้น้อยลง คุณยิ้มได้มากขึ้น

    ลดความอายให้น้อยลง คุณได้ความกล้ามากขึ้น

    ดูละครให้น้อยลง คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น

    คุณวิ่งให้ช้าลง คุณมองเห็นคนข้างหลังมากขึ้น

    เชื่อให้น้อยลง คุณมองเห็นอะไรได้มากขึ้น

    ลดทิฐิให้น้อยลง คุณรู้จักอภัยมากขึ้น

    กระโดดให้น้อยลง คุณเดินได้มั่นคงมากขึ้น

    กินให้น้อยลง คุณอิ่มได้มากขึ้น

    ก้มหน้าให้น้อยลง คุณมองเห็นได้ไกลขึ้น

    พักเหนื่อยให้น้อยลง คุณรู้จักความสบายมากขึ้น

    เห็นแก่ตัวให้น้อยลง มีคนรอดชีวิตมากขึ้น

    แบกของหนักให้น้อยลง ชีวิตคุณเบามากขึ้น

    ทะเลาะกับเด็กให้น้อยลง คุณโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

    ทะเลาะกับผู้ใหญ่ให้น้อยลง คุณได้รับการเอ็นดูมากขึ้น

    เป่าลมออกให้น้อยลง คุณสูดลมเข้าได้มากขึ้น

    แอบฟังให้น้อยลง คุณได้ยินอะไรมากขึ้น

    คุณคิดคำถามให้น้อยลง คุณเห็นคำตอบมากขึ้น

    ...........แล้วคุณลดอะไรไปบ้างแล้ว............
    April 08

    อารมณ์รัก..

    อยากบอกกับเธอว่า อย่าดีกับฉันจนเกินไป เพราะจะทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    อยากบอกเธออีกว่า อย่าเอาใจใส่ฉันจน เกินไป เพราะจะทำให้ฉันชอบเธอ
    อยากวอนเธออีกเหมือนกันว่า อย่าหวานกับฉันมากเกินไป เพราะฉันอาจจะ เผลอใจ
    รักเธอ.. เพราะมันจะสร้างความทุกข์แก่ฉันมากมาย
    ถ้าฉันเกิดรักเธอโดยที่ฉันรู้อยู่แก่ ใจว่าเธอไม่ได้ รักฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
    เพราะคนที่ทำให้ฉันรักเขาโดยปรกติแล้วมักจะเป็นคนที่รัก ฉันมากกว่าที่ฉันรักเขา
    ถ้าใครคนหนึ่งผ่านเข้ามาในชีวิต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
    แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่ทำให้เขาไม่ สามารถอยู่กับคุณได้... อย่าได้เสียน้ำตา
    แต่จงดีใจที่เราได้พบกัน และเขาทำ ให้เรามีความสุข แม้ว่ามันจะเป็น
    ช่วงเวลาอันสั้นมากก็ตาม เพราะ...เวลาจะเป็นเครื่องชี้บ่ง
    ...ถ้าเขาเป็นของคุณจริง ๆ เขาจะต้องกลับมา
    คุณจะรู้ตัวว่าคิดถึงใครคนหนึ่งมาก ๆ
    ก็ตอนที่คุณคิดถึงเขาแล้วหัวใจคุณเต้นรัวถี่ขึ้น เพียงแค่เขาเอ่ยวจีทัก
    ทายคุณด้วยความอบอุ่นในน้ำเสียง ก็จะทำให้ประสาทของคุณซาบซ่านผ่อน
    คลายลงอย่างมีความสุขถึง กระนั้นก็ตาม บางทีคุณก็ยังไม่รู้สึกตัว
    และยังชอบปฏิเสธว่า คุณไม่ได้ชอบเขา และ คุณไม่ได้รักเขา
    ปรอทที่จะวัดความรักในหัวใจของคุณได้ เมื่อคุณคิดถึงใครคนหนึ่งแทบทุกขณะจิต
    และเมื่อคิดถึงแล้ว ทำให้คุณมีความสุขอย่างประหลาด
    อยากสละความสุขส่วนตัวให้แก่คน ๆ นั้น แม้ว่าคุณจะเจ็บปวดก็จะทน
    ขอเพียงแต่ว่าอยากให้เขาคนนั้นมีใจรักคุณสักนิด
    อย่าหันหลังให้กับความรัก ในขณะที่ความรักยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าคุณ
    อย่าได้ไล่มันออกไปจากคุณ เพราะถ้า
    คุณทำอย่างนั้นสักวันหนึ่งคุณจะหวนคิดขึ้นมาได้ว่า สิ่งที่คุณไล่เปิดไปนั้น
    แท้จริงแล้วครั้งหนึ่งเคยอยู่ใกล้ชิด ตัวคุณนี้เอง ...
    จงให้คุณค่าแก่คนที่รักคุณ
    มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ง่ายเลยในการที่จะได้พบคนที่รักคุณจริง ๆ เพราะ
    หัวใจที่จริงจังซื่อตรงหาไม่ได้ง่ายนัก และมีคุณค่าสูงเหลือเกิน
    บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราเสียใจมากที่สุดในชีวิต
    ไม่ใช่สิ่งที่เราสูญเสียหรือผิดหวัง แต่กลายเป็นความเสี่ยงที่เรา ไม่กล้าเสี่ยง
    ถ้าคุณคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุขมาก จงมุ่งไปหามัน
    เพราะในจังหวะของ ชีวิตคนเรา เรามักจะไม่ผ่านมาบนถนนสายเดิมนี้ซ้ำอีก
    .. เวลาไม่เฝ้าคอยใคร ถ้าคุณคิดว่าคุณได้พบกับสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจ
    จงถนอมมันไว้อย่าง มีคุณค่า อย่าปล่อย ให้เขาหลุดลอยไป
    อย่าปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำและดึงเหนี่ยวคุณไว้
    ไม่มีใครนอกจากคุณเท่านั้นที่จะ รู้ว่าอะไรจะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง
    น้ำตาสองหยดร่วงลงไปในแม่น้ำ และลอยไปตามกระแสน้ำ น้ำตาหยดแรกเอ่ยขึ้นมาว่า
    "ฉันคือหยดน้ำตา ของหญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่ง แล้วกลับต้องสูญเสียเขาไป"
    น้ำตาหยดที่สองตอบกลับอย่างสวนควันว่า "คุณเป็นใคร?
    ฉันคือหยดน้ำตาแห่งความเสียใจของผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิง
    ที่เขารักหลุดลอยไปจากเขา.." เมื่อถึงเวลานั้น
    ไม่มีใครจะมาเห็นใจคนที่ปล่อยโอกาสให้หลุดผ่านไปอย่างไม่แยแส
    คนเรามักจะไม่เห็นคุณค่า ความสำคัญของคนที่เรารักและใกล้ชิดกับเรา จนกระทั่ง
    พวกเขาได้จากเราไป แล้วถึงมารู้สึกเจ็บปวด รวดร้าว
    ภายหลังเมื่อรำลึกถึงสิ่งที่เราเคยมี
    ความรักเหมือนกับการเล่นเปียโน คุณต้องขึ้นต้นด้วยการเรียนรู้กฏ
    หลังจากนั้นคุณต้องลืมกฏเหล่านั้น เล่นดีดดิ้น
    กรีดกรายจากเสียงเร่าร้องของหัวใจคุณเอง
    จงมีความกล้าหาญที่จะรัก แม้ว่าคุณรู้อยู่เต็มอกว่าจะต้องสูญมันไปในที่สุดก็ตาม
    ดีกว่าที่คุณจะไม่พบความรัก เพราะคุณขี้ขลาดเกินกว่าที่จะกล้าเผชิญกับมัน
    สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดในชีวิตคนเรา
    คือการเสาะหาใครสักคนหนึ่งที่รู้จักความบกพร่องด่าง พร้อยของเรา
    ความไม่ดีของเรา ความแตกต่างของเรา แต่เขาก็ยังรักเราอยู่อย่างสุดจิต สุดใจ...
    ถ้าคุณพบคนอย่างนี้ จงรักเขาให้หมดหัวใจคุณ
    เพราะคุณจะหาคนอย่างนี้ได้ไม่ง่ายนัก หรือ อาจจะไม่พบอีกเลยในชีวิตของคุณ
     
    March 04

    คุณกำลังกลัวความรัก อยู่หรือป่าว.....

    “ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป“

    คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม

    แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ

    จริง ๆ ในสายตาของบางคน

    ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย

    หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . .

    พวกเขารู้สึกว่า . . .

    การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก

    ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . .

    ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด

    จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . . กลัวความรัก . . .

    . . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

    แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่

    เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย

    . . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า

    ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน

    เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก

    ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า

    มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว

    ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง

    เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น

    แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก

    เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา

    จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

    แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น

    .... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน

    ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ

    แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ

    ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา

    . . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม

    เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า

    เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง

    ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น

    เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี

    เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก

    หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ

    พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้

    . . . แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย

    ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร

    รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง

    แต่เชื่อไหมว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา

    มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . .ว่าไหม?

    February 27

    โลกกว้างเกินไป....หรือหัวใจเราแคบเกินไป.....

    วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น..
     
    จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน
     
    เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือคนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...
     
    บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย...จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน .. ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้...และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..
     
    แต่ในทางกลับกัน..ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก .. กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..
     
    แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่.. แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ.. ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา พอกับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้ และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้..และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..
     
    กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่ ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..
     
    เคยรู้สึกใช่ไหมว่า .. ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..
     
    ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน และเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน อะไรก็เกิดขึ้นได้กับความรู้สึกคน.. เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
     
    บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้บนความห่าง ห่างจนลับตา ..ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..ไม่เคยรับรู้ว่า ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น ไม่ต้องห่างไป แต่เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้...ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ...
    การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์
     
    เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..
     
    แล้วคุณเล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึกกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???
     
    เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...
    ....
    หรือ….
    อาจเป็นเพราะ .. โลกกว้างเกินไป
    หรือไม่... หัวใจเราแคบเกิน
    February 16

    ถ้าจะรัก

    ต้องยอมโยนเปลือกข้างนอกของเราออกไป
    ต้องไม่ปลอมตัว จริงๆไม่ต้องสวยงามมาก
    แต่ต้องมีตัวตนแท้ๆของแราฉายอยู่อย่างจริงใจ
    ในทางกลับกัน อย่าคาดหวังที่จะได้เจอคนที่สวยงามเกินจริง
    เพราะโลกใบนี้ไม่มีให้หาอยู่แล้ว แม้แต่กระดาษแผ่นเดียวยังมีสองด้าน
    แม้แต่มือของเรายังมีหน้าหลัง
    แม้แต่หัวใจยังมีสี่ห้อง
    แม้แต่ดวงตายังมีสองข้าง
    แม้แต่หูของเรายังมีสองข้าง
    เมื่อโลกนี้มีสรรพสิ่งมากกว่าหนึ่งด้าน เหมือนจะเตือนเราอยู่ในทีให้มองสรรพสิ่งอย่างชั่งใจ
    ไตร่ตรอง และมองทุกมุมที่มี ดังนั้นความรักก็มีหลักคิดหลักเข้าใจเหมือนกัน
    นานเท่าไรเรื่องของความรักก็เป็นเรื่องซ้ำๆไม่เคยเปลี่ยน
    ผ่านมากี่ชั่วอายุคนก็ยังมีน้ำตาให้เห็น มีเสียงหัวเราะให้เชยชม
    มีรักสามเส้า สี่เส้า เป็นเรื่องธรรมดา
    เธอต้องถอยหลังออกมา และมองสรรพสิ่งด้วยความเข้าใจ
    มองไม่ต้องทุกด้านที่มีก็ได้ แต่มองมากกว่าด้านเดียวที่เธออยากจะมองด้วย
    มองเรื่องที่เธอไม่อยากจะเจอจะพบด้วย เธอไม่จำเป็นต้องเจอสิ่งดีดีในชีวิตเสมอ
    แต่ถ้าเธอเข้าใจสิ่งร้ายๆที่ผ่านมาในชีวิตบ้าง
    มีสติ ก็พอแล้ว
    December 15

    ฤดูแห่งรัก

    ฤดูแห่งรัก

    ความสัมพันธ์ของคนเรานั้นเปรียบเหมือนกับการจัดสวนดอกไม้ ถ้าอยากจัดให้สวยงามต้องหมั่นดูแลสม่ำเสมอ ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลต่าง ๆ และต้องคอยตรวจสอบสภาพอากาศตลอดเวลาต้องหมั่นหาเมล็ดพันธุ์ใหม่ ๆ มาปลูก และคอยกำจัดวัชพืชเสมอ ๆ ในทำนองเดียวกัน ถ้าต้องการให้ความรักของคุณคงอยู่ตลอดไป คุณต้องเข้าใจฤดูแห่งความรักที่เปลี่ยนไปและเอาใจใส่เรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

     

    รักในฤดูใบไม้ผลิ

    การตกหลุมรักเปรียบเหมือนกับอยู่ในช่วงฤดูกาลใบไม้ผลิ เรารู้สึกราวกับว่าความสุขจะอยู่ไปชั่วนิรันดร์ เราคิดไม่ออกเลยว่าความรักจางหายไปได้อย่างไร เป็นช่วงเวลาของความไร้เดียงสาที่คิดว่าความรักอยู่ชั่วนิรันดร์ เป็นช่วงเวลาวิเศษสุดที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นใจ ทั้งสองเหมาะสมและสอดคล้องกันโดยธรรมชาติ

     

    รักในฤดูร้อน

    ตลอดช่วงฤดูร้อน เราเรียนรู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบไม่มีที่ดี เราต้องออกแรงเพื่อให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป ไม่เพียงแต่พบว่าอีกฝ่ายมาจากดาวดวงอื่นเท่านั้น แต่ยังพบอีกว่าเขาหรือเธอก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดา ๆ ที่มีสิทธิ์ทำผิดพลาดได้เช่นกัน เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ภาพมายาที่ฝันไว้ก็จางหายไป มีหลายคู่ที่ไม่อยากอยู่ร่วมกันอีกต่อไป พวกเขาคิดว่าฤดูใบไม้ผลิจะคงอยู่ตลอดไป พวกเขาโทษและขอเลิกกับอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาไม่เคยคิดว่าความรักเป็นเรื่องยาก เพราะบางครั้งคุณก็ต้องทำงานภายใต้ดวงอาทิตย์ที่แผดร้อน รักในฤดูร้อนต้องอาศัยความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เองโดยอัตโนมัติ

     

    รักในฤดูใบไม้ร่วง

    ผลของการเอาใจใส่และดุแสสวนตลอดช่วงฤดูร้อน ก็นำไปสู่ฤดูใบไม้ร่วง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของทั้งสองฝ่าย เมื่อยอมรับได้ว่าเราและคู่ของเราไม่ได้สมบูรณ์เสมอไป เป็นช่วงเวลาแบ่งปันความสุขร่วมกัน ผลของการทำงานหนักตลอดช่วงฤดูร้อน ทำให้เรามีโอกาสพักผ่อนและรับผลพวงแห่งความรักที่ทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้นมา

     

    รักในฤดูหนาว
    และแล้วฤดูหนาวก็เข้ามาเยือน ในช่วงเวลาของความหนาวเหน็บ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเติม เป็นช่วงเวลาสำหรับพักผ่อนและปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ นี่เป็นช่วงเวลาที่เรามีโอกาสปรับปรุงและแก้ไขสิ่งที่เรามีโอกาสปรับปรุงและแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ ภายในตัวเราให้หมดไป เป็นช่วงเวลาที่จะมองย้อนเข้าไปในตัวเองมากกว่าที่จะมองไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง มันเป็นช่วงเวลาแห่งการรักษาตนเอง เป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายกลับเข้าไปอยู่ในถ้ำ และผู้หญิงจมลึกลงสู่ก้นบึ้งของบ่อน้ำ หลังจากรักษาตัวเองผ่านอากาศที่หนาวเหน็บแล้ว ฤดูใบไม้ผลิก็กลับมาเยือนอีกครั้ง เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะมีความสุขกับความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหวังและโอกาส เมื่อคิดถึงการรักษาตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจตลอดฤดูหนาว ทำให้เราพร้อมที่จะเปิดใจและต้อนรับความรักในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างเต็มที่
    October 15

    rainbow

    เฮ้อ ในที่สุดก้อหามาได้ ก๊ากๆๆ เปงงัยล่ะ สวยละซิ หุหุ
    October 14

    เพื่อน คือคนแรกที่ทำให้เรารู้จักรักคนอื่น

    เพื่อน...คือคนแปลกหน้าคนแรกที่ทำให้เรารู้จักเรื่องความรัก
    นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด
    เพื่อน...โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ วันหนึ่งเราก็รักมันได้
    ฉันมองความรักเพื่อน...เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
    แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยน่ะ.. เพื่อน...จะรักกันแบบพอดีๆ
    ไม่หวง...ไม่หึง...ไม่ต้องการอะไรตอบแทน...เรารักกันสบายๆ
    มีปัญหาปรึกษากัน...มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน
    มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน
    แต่ในขณะเดียวกัน...ต่างคนต่างก็มีโลกของตัวเอง
    เธอมีแฟนฉันไม่ว่า...เธอสนุกของเธอไป....
    เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
    ไม่ต้องมาเจอกัน..ก็ยังห่วงกัน..คิดถึงกัน..
    ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอยู่เสมอ
    ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า...
    ไม่ว่าเราจะห่างกันยังไง..เราจะถึงกัน
    และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน...เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่...
    ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่...ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้..
    มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
    คนบางคนบอกว่าคุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง...
    แต่คุยกับแฟนก...กับพ่อแม่ไม่ได้บางเรื่อง
    นี่แหละ...ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด...แต่งดงาม
    มันมีความเข้าใจ...ไว้ใจ...เชื่อใจ...ในจุดสมดุล
    ลองเอาความรักแบบนี้ไปใช้กับคนอื่นดูบ้าง....
    แล้วเราจะได้รับรักโดยไม่ต้องร้องขอเลย
     
     
                                                                        LIFE
                                                                       ON THE
                                                             ROCK
                                             14/10/05 11.36am.
    October 04

    Before Love

    Before Love

    >๏ ก่อนที่จะรัก คุณพร้อมที่จะอกหักหรือยัง๏
    >๏ ก่อนที่จะรัก คุณพร้อมที่จะเลิกเจ้าชู้ได้หรือยัง๏
    >๏ ก่อนที่จะรัก คุณรัก หรือ คุณหลงถามตัวเองก่อนน๊ะ๏
    >๏ เมื่อได้รัก คุณปฏิบัติตัวเหมือนก่อนที่จะรักหรือป่าว ๏
    >๏ เมื่อได้รัก คุณอย่าเอา รัก ไปรวมกับ เซ็กส์น๊ะมานคนละเรื่องกัน ๏
    >๏ เมื่อได้รัก คุณรัก หรือ คุณผูกพัน กันแน่(เกี่ยวนะ เพราะบางคนหมดรักไปแล้วแต่ไม่กล้าเลิกเพราะความผูกพันนี่แหละ)๏
    >
    >๏ เมื่อไร้รัก คุณจะกลับมาอยู่คนเดียวเหมือนเดิมได้หรือป่าว๏
    >๏ เมื่อไร้รัก คุณจะทนจากความเจ็บปวดนั้นได้แค่ไหน
    >๏ เมื่อไร้รัก คุณพร้อมที่จะเปิดใจให้คนอื่นอีกหรือป่าว ๏
    > ๏ความรัก ไม่มีนิยามตายตัวไม่มีความหมายที่แน่นอน๏
    > ไม่มีความรู้สึกที่แน่แน่วไม่มีใครรักได้เหมือนกัน
    >ไม่มีการสอน
    >
    >ไม่มีการสอบไม่มีการลอกไม่มีแบบฝึกหัดไม่เข้าใครออกใคร
    >
    >ไม่มีให้ในพรสรรค์และไม่เคยมีใครเข้าใจอย่างแท้จริงว่าความรักคืออะไรหากความรัก
    > เข้าใจกันง่ายๆละก้อ
    >
    >ป่านนี้คงมีคู่มือหรือแบบเรียนให้อ่านกันตั้งแต่อนุบาลแร้วล่ะ
    >๏ ดูแลความรักของคุณให้ดีที่สุดก่อนที่คุณจะไม่มีความรักให้ดูแลอีกเลย

    เพลง ฮิต ช่วงสอบ

    >>เพลง ดรอบซ้า

    >>ทำนอง ขอบฟ้า


    ได้แต่เหลียวมองข้อสอบมิดเทอม
    มันช่างยาก..เหลือเกิน ที่จะไป..ให้ถึงถึงขอบมีน...

    เสร็จเสียที
    ที่เราต้องทนทรมานอ่านหนังสือโต้รุ่งสองคืน..สองวัน
    ไปยังฝัน..เกินมีน
    ปิดฉากเสียที..เมื่อจารย์ออกอย่างนี้
    เซ็งเต็มทีกับข้อสอบที่มันวางตรงหน้า
    ออกไปนั่งเศร้าคงดีกว่า

    *ยอมเข้าใจๆ จะไฟนอลกันก็มีแต่เอฟซ้า
    ฉันเข้าใจๆ
    ก็เคยเอฟมา


    ดรอปซ้า...ซะก่อนที่เอฟจะติดไป
    คะแนนที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้ว ไม่เหลือสักอย่าง
    ฉันอ่านมาเพียงแค่เท่านี้ ข้อสอบทำได้แค่ครึ่งทาง
    (ก็คงต้อง ยอมรับมันๆ) (พรุ่งนี้ไม่เรียนแล้วเธอ)

    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน เมื่อ เ ศื อ ก จะเอฟคงห้ามไม่ได้
    ต้องเซ็นต์ใบดรอปทั้งน้ำตาแม้แทบขาดใจ
    จะเปอร์เท่าไหร่ฉันก็จะยอม เพื่อเกรดในวันที่ดีข้างหน้า
    ให้คนอื่นได้พบความสุข ที่ตรงขอบมีน...
    ฉันยอม....ยอม...

    (ซ้ำ *, **)
    ซะก่อนที่เอฟจะติดไป
    คะแนนที่ฝันกันเอาไว้ จบแล้ว
    ไม่เหลือสักอย่าง
    ฉันอ่านมาเพียงแค่เท่านี้ ข้อสอบทำได้แค่ครึ่งทาง
    ก็คงต้องยอมรับมัน

    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน
    ถ้า เ สื อ ก จะเอฟก็จง ดรอปซ้า
    พากันไปเอ..โชคเอเถิดหนา..
    จะเจ็บเท่าไหร่ฉันก็จะทน

    04 10 05 วันนี้สอบ SMEs

    และแล้ววันนี้ก้อเปงอีกวันที่ กุทำข้อสอบไม่ค่อยได้ จะทำงัยดีว่ะ เนี้ย เซงแสด (กัวโปรไม่หลุดชิบหาย)
    เฮ้อ วิชาต่อไปกุสู้ตายเว้ย เหอๆๆ
     
     
     
     
     
                                                                                    present feeling by
                                                                                            mrtek03
     
    October 03

    03 10 05 สอบปลายภาค วันแรก

    ทำยังงัยดีอ่ะ แม่งเอ้ย ทำข้อสอบ eng for sci ไม่ค่อยได้เลยว่ะ โคดเซง ข้อสอบเซี้ยไรไม่รู้แม่ง งงจิบหาย
    กุกัวว่าจะได้ไม่ถึง c อ่ะ เสียวจิบหาย ทำงัยดีว่ะ ช่วยบอกหน่อย แต่กุก้อยังหวังน่ะ ว่าคงได้ c เหะๆ จะได้หลุดโปร หุหุ

    mrtek03

    ซา หวาด ดี ตอนนี้ กำลัง หัดทำ my space อยู่อ่ะ (แบบว่าเด็กบ้านนอก ไม่ค่อยรู้เรื่อง) หุหุ
     
           ในเมื่อ ตู เข้ามาหัดทำ เพราะฉะนั้น ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด อย่ามาว่ากานน่ะ เหะๆๆๆ
     
          ด้วยความปรารถนา ดีจาก mrtek03 เด็ก KMITL คณะ สถิติประยุกต์ จ้า อิอิ